Logo-สำนักงานบัญชี-ARAC
รู้หรือไม่? เช่าซื้อกับลิสซิ่ง ต่างกันอย่างไร
array(1) {
  [0]=>
  array(2) {
    ["src"]=>
    string(357) "https://arac.co.th/asset/images/imageStock/myImages/5660/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%87_%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3_949622.png"
    ["alt"]=>
    string(130) "รู้หรือไม่? เช่าซื้อกับลิสซิ่ง ต่างกันอย่างไร
"
  }
}
รู้หรือไม่? เช่าซื้อกับลิสซิ่ง ต่างกันอย่างไร
อัปเดตล่าสุด : 11/06/2026
 
การเช่าซื้อกับลิสซิ่งแตกต่างกันอย่างไร มาทำความเข้าใจให้ถูกต้องกันเลย

การเช่าซื้อ (hire purchase) และลิสซิ่ง (leasing) เป็นการเช่าทรัพย์สินจากบุคคลหรือบริษัทหนึ่งเพื่อใช้งาน โดยผู้เช่าต้องชำระค่าเช่าเป็นงวด ๆ ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างการเช่าซื้อและลิสซิ่งคือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน

 

การเช่าซื้อ

สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางภาษีได้ โดยใช้ในส่วนของค่าเสื่อมราคา ซึ่งใช้ได้ตั้งแต่เริ่มผ่อนชำระ กิจการจะสามารถบันทึกค่าเสื่อมราคาต่อปีเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการเช่าซื้อรวมดอกเบี้ย แต่ไม่เกินราคาผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

กล่าวคือ กิจการสามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ ในอัตราไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าต้นทุน เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท (ค่าเสื่อมสูงสุด 200,000 บาทต่อปี)

 

ลีสซิ่ง (Leasing)

ลีสซิ่ง มีลักษณะเป็นการเช่าระยะยาว ค่าเช่ารายเดือนถือเป็นค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน แต่ไม่สามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ เนื่องจากการเช่าซื้อแบบลิสซิ่งนั้น กิจการยังไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน

แต่ในทางภาษีมีเพดานกำหนด ค่าเช่าต้องไม่เกิน 36,000 บาทต่อเดือน หรือ 432,000 บาทต่อปี และลีสซิ่งถือเป็นการเช่า เมื่อจ่ายเงินค่าเช่าต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5%

 

เช่าซื้อและลิซซิ่งนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ดังนั้นกิจการควรพิจารณาว่ากิจการของตนมีลักษณะอย่างไร และ ควรใช้แบบไหนถึงคุ้มค่ามากกว่ากัน

บริการ
ข่าว
Copyright © 2025 A.R. Accounting & Consultant Co., Ltd. All Right reserved.