
ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลมาหลายปี ทำให้เราได้เห็นการพัฒนาของระบบต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะในองค์กรที่ขึ้นชื่อเรื่องภาษีอย่างกรมสรรพากร ที่มีโครงการพัฒนาระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอน ทั้งการยื่นแบบฯ การชำระภาษี การนำส่งข้อมูลใบกำกับภาษี ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ระบบจัดการภาษี หัก ณ ที่จ่าย
ทางกรมสรรพากรเองก็มีมาตรการภาษี เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ด้วย เช่น มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ทั้ง e-Tax Invoice & e-Receipt ให้ หัก “รายจ่าย” ได้ 2 เท่า และ ระบบ e-Withholding Tax ลดภาษีเงินได้เหลือ 1% อีก 3 ปี ถึงสิ้น 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์มีอยู่ 3 ระบบหลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่
e-Filing : การยื่นรายการหรือเอกสารโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์
ระบบยื่นแบบและชำระภาษีผ่านอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ผู้ยื่นภาษีรับสิทธิคืนภาษีเร็วกว่าปกติ สามารถยื่นภาษีและคืนภาษีได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งยังขยายเวลายื่นแบบและชำระภาษีอีก 8 วัน สามารถยื่นแบบได้เกือบทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา, ภาษีเงินได้นิติบุคคล, ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ
e-Withholding Tax
ระบบนี้ถูกออกแบบมาเป็นช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในการนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยผู้จ่ายเงินได้ที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย และเป็นผู้แจ้งธนาคารที่รับชำระเงินให้ดำเนินการหักภาษีและนำส่งภาษีให้กับกรมสรรพากรแทน เออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ
e-Tax Invoice & e-Receipt
เป็นใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ เป็นระบบที่พัฒนาโดยกรมสรรพากรเพื่อสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร สอดคล้องตามแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment)
ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) : เป็นใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ แทนใบกำกับภาษีแบบกระดาษทั่วไป โดยผู้ขายสามารถจัดทำ ส่งมอบ และเก็บรักษา e-Tax Invoice ได้ผ่านระบบ e-Tax Invoice
ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) : เป็นใบเสร็จรับเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ แทนใบเสร็จรับเงินแบบกระดาษทั่วไป โดยผู้ขายสามารถออก e-Receipt ให้กับผู้ซื้อผ่านระบบ e-Tax Invoice